ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์อันเกี่ยวกับที่ดิน…!!!

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ที่ดิน ทรัพย์อันติดกับที่ดิน หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมทั้งสิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินด้วย จากนิยามดังกล่าว อาจแบ่งอสังหาริมทรัพย์ออกได้ดังนี้

1.ที่ดิน หมายถึง พื้นดินทั่วไป รวมทั้งภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะและที่ชายทะเลด้วย

2. ทรัพย์ซึ่งประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง แร่ธาตุ กรวด ทราย ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือซึ่งมนุษย์นำมารวมไว้กับที่ดินจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นดินตามธรรมชาติ

3.สิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ได้แก่ กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีโฉนด สิทธิครอบครองในที่ดินที่ไม่มีโฉนด ภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน

4. ทรัพย์อันติดกับที่ดิน ได้แก่ ไม้ยืนต้น อาคาร โรงเรือน หรือ สิ่งก่อสร้างบนที่ดิน เช่น

4.1 บ้าน คือ สิ่งก่อสร้างที่ปลูกอยู่หลังเดียวโดด ๆ พร้อมทั้งเรือนครัว โรงรถ เรือนคนใช้ด้วยถ้ามี และเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคลในครัวเรือนเดียวกัน หรือบ้านที่ปลูกอยู่หลายหลังภายในบริเวณรั้วเดียวกัน และเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคลภายในครัวเรือนเดียวกัน

4.2 ทาวน์เฮาส์ คือ ตึกที่ปลูกติดต่อกันตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไป โดยมีฝาร่วมกันด้านหนึ่งหรือสองด้านขึ้นไปอาจเป็นชั้นเดียวหรือหลายชั้นก็ได้ ตัวตึกอยู่ลึกเข้ามาจากริมถนน มีบริเวณที่ว่างหน้าบ้านอาจใช้เป็นที่จอดรถหรือทำประโยชน์อย่างอื่น

4.3 คอนโดมีเนียม คือกลุ่มห้องอันเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของครัวเรือน โดยกลุ่มห้องนี้จะต้องมีห้องครัว ห้องน้ำ ตลอดจนทางเข้าออกห้องชุดเป็นของตนเอง ซึ่งสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกเป็นส่วน ๆ โดยแต่ละส่วนประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคลและกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง

4.4 โรงงาน คือ โรงงานสำหรับประกอบกิจการอุตสาหกรรมโดยใช้ เครื่องจักร ซึ่งเทียบได้เกิน 5 แรงม้าเป็นปัจจัย โกดัง คือ สิ่งก่อสร้างที่ใช้เพื่อเก็บสินค้า

4.5อาคารพาณิชย์ คือ อาคารที่ใช้ เพื่อประโยชน์แห่งการค้า หรือ โรงงานที่ใช้ เครื่องจักรซึ่งเทียบได้ไม่เกิน 5 แรงม้า หรือ อาคาร ที่ก่อสร้าง ห่างแนวทางสาธารณะ หรือ ทางซึ่งมีสภาพ เป็นสาธารณะไม่เกิน 20 เมตร ซึ่งอาจใช้ เป็นอาคารเพื่อประโยชน์แห่งการค้าได้

4.6หอพัก คือ ห้องชุด ตามปกติประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องน้ำพร้อมอยู่ในชั้นเดียวกัน และรวมอยู่ในตึกหลังใหญ่สำหรับอยู่อาศัยหรือให้เช่า

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ในการประกอบอาชีพกัน

1. บริษัท ซีเลคท์ เซลส์ เซ็นเตอร์ จำกัด รับสมัครตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์/พนักงานขาย/ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : ชาย/หญิง อายุ 25-40 ปี – วุฒิ ปวช.-ป.ตรี – มีประสบการณ์ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาก่อนจะพิจารณาเป็นพิเศษ – สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้เป็นอย่างดี – สามารถเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯได้ – ดูแลงานขายให้คำปรึกษาแนะนำโครงการให้กับลูกค้า – เก็บข้อมูลดูแลประวัติลูกค้า สามารถเปิด-ปิดการขาย -ให้คำแนะนำในการขอสินเชื่อหรือบริการต่าง ๆ ให้กับลูกค้า -งานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย

อัตรา/ เงินเดือน : 5 อัตรา / เงินเดือน 15,000 – 70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล)

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท ซีเลคท์ เซลส์ เซ็นเตอร์ จำกัด 1383 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 โทร : 065-575-8525 อัพเดทเมื่อวันที่ 05/12/2561

แวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Consulting) คือ องค์กรที่สามารถเสนอแนวทางการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยแนะนำเจ้าของที่ดิน ผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน บริษัทและองค์กรมหาชน ถึงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การศึกษาตลาด และผลตอบแทนจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดที่เป็นเมืองตากอากาศขนาดใหญ่ รวมถึงการให้คำแนะนำระหว่างการก่อสร้างและตลอดระยะเวลาของการพัฒนาที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมการขาย การตลาด และธุรกิจตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ภายในองค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าคำแนะนำในแต่ละปัญหาได้รับการวิเคราะห์ในทุกมุมมองและทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องซึ่งสำคัญกับอนาคต การทำตลาดและการจัดการของโครงการพัฒนาต่างๆ

อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสในการทำงานที่หลากหลายรวมทั้งธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยอาคารสำนักงานคุณสมบัติทางอุตสาหกรรมและ พื้นที่เพาะปลูกเช่นเดียวกับการจัดการทรัพย์สินการประเมินและการให้คำปรึกษา ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์จะดูเส้นทางอาชีพในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญและการรับรองที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับแต่ละอาชีพดังนี้

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการรับรอง (ABR) – ตัวแทนผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ตัวแทนสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ การกำหนด ABR ได้รับการออกแบบสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนที่มุ่งเน้นการทำงานโดยตรงกับลูกค้า – ผู้ซื้อ ผู้สมัครต้องเรียนจบหลักสูตรสองวันและผ่านการสอบเพื่อให้ได้สถานะผู้สมัคร ARB ในช่วงระยะเวลาสามปีต่อไปนี้ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อการศึกษาและประสบการณ์ก่อนที่จะเป็น ABR Designee

 

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการรับรอง (CCIM) – การแต่งตั้ง CCIM จะได้รับโดย CCIM Institute ซึ่งเป็น บริษัท ในเครือของ National REALTORS®  ผู้สมัคร CCIM ต้องกรอกหลักสูตรที่มีจริยธรรมการเจรจาตามความสนใจการวิเคราะห์ทางการเงินการวิเคราะห์ตลาดการวิเคราะห์การตัดสินใจของผู้ใช้และการวิเคราะห์การลงทุนสำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนทางการค้า นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องส่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของพวกเขาและประสบความสำเร็จในการตรวจสอบ

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านการรับรอง (CPM) – การแต่งตั้ง CPM จะได้รับจากสถาบันการจัดการอสังหาริมทรัพย์ (IREM) (หรือเทียบเท่าการศึกษา / ประสบการณ์), ผ่านการสอบรับรอง CPM, สมบูรณ์การศึกษาจริยธรรมของ IREM, ส่งสามตัวอักษรของคำแนะนำ, มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ 3 ปีและร่วมกับ National REALTORS ผู้ประเมินราคาที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรอง (RAA) และ Appraiser ที่ได้รับการรับรองโดยทั่วไป (GAA) – การกำหนด RAA และ GAA ได้รับรางวัลจาก National REALTORS® ต้องได้รับการรับรองจากรัฐอย่างน้อย 1,000 ชั่วโมง (นอกเหนือจากข้อกำหนดของรัฐ) และเข้ารับการทดสอบในหลักสูตร (45 ชั่วโมงสำหรับ RAA หรือ 60 ชั่วโมงสำหรับ GAA) )

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการรับรอง Real Estate Counselor (CRE) – การแต่งตั้ง CRE ได้รับรางวัลจาก Counsellors of Real Estate และสามารถใช้ได้เฉพาะกับบุคคลที่ได้รับเชิญจากเพื่อน ๆ เข้าร่วมการเป็นสมาชิก ผ่านขั้นตอนการเชิญ CRE ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานอย่างน้อย 10 ปีของประสบการณ์อสังหาริมทรัพย์ (สามต้องให้คำปรึกษา) แสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้รับการยอมรับจากลูกค้าและเพื่อนฝูงสำหรับความรู้ความชำนาญวิชาชีพและการตัดสินของพวกเขาได้บรรลุ REALTOR designations เช่น CCIM, CPM, GRI และ SIOR และถือองศาขั้นสูงในธุรกิจและสาขาที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างบริษัทที่ปรึกษาาด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น กลุ่มดับบลิวเอชเอ ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยดำเนินโครงการพัฒนาอาคารคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอาคารโรงงาน (logistics facilities) รวมตลอดจนอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นใดที่เหมาะแก่การลงทุนและจัดหาประโยชน์เพื่อให้นำออกให้เช่าและให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร การดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะครอบคลุมการให้บริการทุกระดับ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของลูกค้า โดยมีแนวคิดในการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นความเข้าใจและการตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจง และซับซ้อนของลูกค้าแต่ละรายซึ่งมีศักยภาพสูง โครงการพัฒนาอาคารคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอาคารโรงงาน ที่กลุ่มดับบลิวเอชเอดำเนินการมีทั้งโครงการในรูปแบบ Built-to-Suit และ โครงการแบบ Warehouse Farm ซึ่งเป็นโครงการที่ให้บริการทั้งในรูปแบบ Built-to-Suit และแบบสำเร็จรูป (General Warehouse) เพื่อรองรับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ซึ่งเป็นการเพิ่มสัดส่วนสัญญาเช่าระยะสั้นซึ่งช่วยให้กลุ่มดับบลิวเอชเอสามารถขยายกลุ่มผู้เช่าไปยังผู้เช่ากลุ่มอื่นได้เพิ่มมากขึ้น และ ซีบีอาร์อี เป็นบริษัทที่ปรึกษาาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากลแห่งแรกที่เปิดให้บริการในกรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2531 บริษัทฯ ได้พัฒนาและเติบโตจนเป็นผู้นำในด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย และขยายความเชี่ยวชาญไปสู่สาขาภูเก็ตในปี พ.ศ. 2547 ปัจจุบัน ซีบีอาร์อีมีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 800 คน ให้บริการด้านการเป็นตัวแทนในการซื้อขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท และให้บริการด้านการให้คำปรึกษา ซึ่งรวมถึงการให้บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การวิจัยตลาด และการประเมินราคาทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังให้บริการในด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์และบริหารการตกแต่งพื้นที่ภายในด้วยมาตรฐานระดับสากล

อาชีพที่ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ต้องคำนึงถึงและไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลยถ้าหากขาดบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไป คือ นายทุน โครงการจะไม่สามารถดำเนินไปได้เลยถ้าหากขาดแหล่งเงินทุนในการดำเนินโครงการ นายทุน จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นายทุนในที่นี้ ได้แก่ สถาบันการเงินต่างๆ หรือบุคคลที่มีเงินทุนพร้อมที่จะร่วมลงทุน เป็นต้น ในปัจจุบันลักษณะการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทใหญ่เริ่มจะมีการลงทุนในลักษณะร่วมกันลงทุนมากขึ้น (Joint Venture) ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของรูปแบบการพัฒนาการ โดยฝ่ายหนึ่งอาจจะมีที่ดินพร้อมสำหรับการลงทุนแต่อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน ก็อาจจะต้องไปหาผู้ร่วมทุนเพื่อให้สามารถพัฒนาได้สำเร็จในที่สุด

พนักงานขายและตัวแทนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Sale and Broker) ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากอีกส่วนหนึ่ง โครงการต่างๆที่ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อขายหรือเช่าจะไม่สามารถขายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าหากขาดฝ่ายนี้ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าค่อนข้างสูง สภาพคล่องต่ำ จึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญทางด้านการขายโดยเฉพาะมาช่วยในการขายโครงการ บุคคลเหล่านี้มีความสามารถ มีเครือขายการเข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่าทำให้โครงการสามารถขายได้ดีกว่าการขายด้วยตนเอง ทำให้เราสามารถปิดโครงการได้เร็วและสามารถนำเงินไปใช้กับโครงการอื่นๆได้ทัน

ผู้บริหารจัดการโครงการ (Facility Manager) จะเป็นผู้ที่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทขาย และประเภทเช่าเพื่อให้โครงการที่สร้างแล้วเสร็จเหล่านี้ดูใหม่และให้ผู้ที่ใช้อาคาร ได้รับความสะดวกสบาย หน้าที่ของผู้บริหารโครงการคือ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัย รวมถึงบำรุงรักษา ปรับปรุงโครงการทั้ง การบริหารในเรื่องของความสะอาด การ Renovate โครงการให้ดูใหม่พร้อมใช้อยู่ตลอด ผู้บริหารจัดการโครงการเรียกในความหมายที่เราเข้าก็คือ นิติบุคคล ซึ่งคอยให้อำนวยความสะดวกลูกบ้าน บำรุงรักษาอาคาร บริหารจัดการงบประมาณค่าใช้จ่ายภายในโครงการให้เพียงพอใช้ตลอดทั้งปี ถ้าผู้บริหารโครงการไม่ดีอาจจะทำให้โครงการทรุดโทรมดูไม่มีมูลค่า สุดท้ายจะทำให้มีอัตราเช่าของโครงการค่อยๆว่างลงเรื่อย