แนะนำจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี และพยากรณ์ทั่วญี่ปุ่น

ใกล้เข้ามาแล้ว ใบไม้เปลี่ยนสี สำหรับฤดูกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องดอกซากุระแล้วก็ยังสวยงามมากในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วย โดยบ้านซามูไรที่ทาด้วยสีดำตัดกับสีของใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งในเวลากลางคืนได้มีการจัดไฟไว้ทำให้ชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ด้วย เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้านิกโก้โทโชงู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ นิกโก้ มีจุดชมใบไม้แดงหลายแห่ง ในตัวเมืองมีต้นอิโจ (แปะก้วย) ขึ้นเรียงรายและตรงถนนขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า อิโรฮะซะกะ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเส้นทางชมใบไม้หลากสีที่งดงามที่สุดในภูมิภาคคันโต แม้แต่ใจกลางกรุงโตเกียว ท่านก็สามารถชม ใบไม้เปลี่ยนสี ได้ที่สวนเมจิจิงงูไกเอง แห่งนี้ มีต้นอิโจ (แปะก้วย) กว่า 140 ต้น ขึ้นเรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างสวยงาม อิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง และในที่สุดก็ร่วงลงสู่พื้นดิน จนทางเดินจะกลายเป็นสีเหลือง ในช่วงเวลานี้จะมีการจัด “งานเทศกาลชมใบอิโจ” ขึ้นใน กรุงโตเกียว ไม่เพียงแต่สวนเมจิจิงงูไกเอง ยังสามารถชมใบไม้แดงที่สวนชินจูกุเกียวเอ็ง สวนสาธารณะโยโยหงิ สวนสาธารณะฮิบิยะ ฯลฯ ได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่มีโอกาสเดินทางมาติดต่อธุรกิจที่ญี่ปุ่น แต่ไม่มีเวลาเดินทางไปนอกเมือง จะแวะเวียนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสะดวก และสถานที่ที่อยากแนะนำให้เดินทางไปชม คือน้ำตกริวซุ ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบจูเซ็นจิโกะ “ริวซุ” มีความหมายว่า หัวมังกร เนื่องจากด้านหน้าของแอ่งน้ำตก มีหินก้อนใหญ่ขวางทางอยู่ ทำให้กระแสน้ำที่ไหลมาถึงจุดนั้น ถูกแยกออกเป็นสองทาง ลักษณะคล้ายหัวมังกร ตรงส่วนหัวของมังกรมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ เมื่อใบไม้บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดง ก็จะทำให้มองเห็นเป็นหัวมังกรสีแดงด้วย จึงเป็นอีกจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ไม่ควรพลาด เป็นผลงานตระการตาด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวสู่สีส้ม แดง และเหลืองทองสลับกัน ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนทุกที่ในญี่ปุ่น ทิวทัศน์ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบเรียว และสีเหลืองแดงของต้นไม้ใบกว้าง สลับสีกันอย่างงดงามดั่งภาพวาดของศิลปินเอก

ใบไม้เปลี่ยนสี บนภูเขาคุโรดาเกะนั้นใช้เวลากว่า 1 เดือนในการเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ไล่จากยอดเขาเรื่อยลงมาถึงจุดขึ้นกระเช้าตรงเชิงเขา จุดชมใบไม้แดงที่งดงามที่สุด อยู่ตรงปากทางขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า กินเซ็นได บริเวณนั้นยังมีแหล่งน้ำพุร้อนอยู่กว่า 10 แห่ง เช่น น้ำพุร้อนโซอุงเคียว–ออนเซ็น หลังจากที่ชมใบไม้แดงแล้ว ท่านยังสามารถแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามของฮอกไกโดได้ด้วย ทะเลสาบคาวางุจิโกะ นอกจากจะเป็นสถานที่ขึ้นชื่อ ในการชมภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งทัวร์จากประเทศไทย นิยมพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นสถานที่ชมใบไม้แดง ที่มีชื่อเสียงมากอีกด้วย ภูเขาไฟฟูจิที่ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ตัดกับสีของใบไม้แดงนั้น เป็นภาพทิวทัศน์ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่แสดงออกถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ใบไม้แดงแถบนี้เกือบทั้งหมดเป็นใบของ ต้นโมมิจิ (เมเปิ้ล) ทำให้ในฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นสกี ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมใบไม้แดงกันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมใน จังหวัดนางาโนะ คือ ที่ราบสูงชิราคาบะ จุดชมใบไม้แดงที่อยู่บนที่ราบสูงแห่งนี้ ได้แก่ ทะเลสาบทาเตชินาโกะและภูเขาทาเตชินะ ผู้ที่ไม่สะดวกที่จะเดินเท้าขึ้นไป ก็สามารถใช้บริการกอนโดร่าลิฟท์จากฟาร์ม ทาเตชินะ ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ ในการเดินทางไปยังที่ราบสูงชิราคาบะนั้น จะต้องใช้เส้นทางพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีชื่อว่า วีนัสไลน์ ซึ่งเป็นถนนที่มีความยาวทั้งสิ้น 76 กม. ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ใบไม้เปลี่ยนสี ระหว่างที่รถวิ่งอยู่บนเส้นทางวีนัสไลน์ จากที่ราบสูงชิระคะบะ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใกล้เคียง นอกจากรีสอร์ตชิราคาบะ และแหล่งน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ

ในช่วงที่ ใบไม้เปลี่ยนสี เป็นสีแดงเต็มที่ จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบโมมิจิขึ้น ในค่ำคืนช่วงเวลาที่มีงาน จะประดับไฟจนถึงเวลาประมาณสี่ทุ่ม ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติคราวกับอยู่ในฝัน ในละแวกใกล้เคียงยังมี สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ศิลปะ อยู่มากมายหลายแห่ง และใกล้กับแหล่งน้ำพุร้อนฟูจิคาวางุจิโกะ ยังมีโรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีบ่อน้ำพุร้อน ให้บริการอยู่มากมาย โดยที่ญี่ปุ่นจะเรียกการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้ว่า “Koyo” หรือ “Momiji-Gari” และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบแบบ Caldera ชื่อCaldera นี้เป็นภาษาสเปน มีความหมายว่าหม้อ ใช้เรียกพื้นที่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูก ที่มีลักษณะยุบลงเป็นทรงคล้ายหม้อ ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของภูเขาไฟ ทะเลสาบโทวาดาโกะ นั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา สามารถขึ้นเรือท่องเที่ยว เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของทะเลสาบ ในเมืองหลวงเก่า เกียวโต ก็มีสถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี อยู่หลายแห่งเช่นกัน แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ ทุกคนที่เดินทางมาที่นี่จะต้องไม่พลาด ที่จะถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ทสึเคียว โดยมีภูเขาอะระชิยะมะเป็นฉากหลัง นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังนิยมใช้บริการรถไฟโทร็อกโกะ เพื่อชมใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ อีกด้วย เนื่องจากในเกียวโตมีวัด และศาลเจ้าอยู่เป็นจำนวนมากจึงสามารถชมความงามของใบไม้แดง ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยใบไม้แดง สัญลักษณ์ของทะเลสาบโทวาดาโกะแห่งนี้ คือ รูปสลักสาวงาม (โอโตเมะ โนะโซ) ซึ่งเป็นผลงานของทากามุระ โคทาโร่ ศิลปินระดับชาติของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ควรพลาด ในการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บริเวณรอบๆ มีโรงแรม และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งจะคึกคักมากเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้แดง ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับ ใบไม้เปลี่ยนสี การแช่น้ำพุร้อนโทวาดาโกะ และการเก็บแอปเปิ้ลผลไม้ขึ้นชื่อ ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระ ที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ และช่วงเวลาที่ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน จะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

ทำให้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทราบถึงข้อมูลการพยากรณ์การเปลี่ยนสีของ ใบไม้เปลี่ยนสี ในแต่ละสถานที่ ตลอดทางขึ้นบันได ท่านจะได้ชมความงามของใบเมเปิ้ลสีแดง ในวันที่ 10 พ.ย. ของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดงขึ้น ซึ่งงานเทศกาลของที่นี่ จะแตกต่างจากงานเทศกาลของที่อื่นตรงที่ จะมีการทำพิธีอย่างเคร่งครัด ตามแบบอย่างที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ภูมิภาคนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่อง เส้นอุด้ง ซึ่งท่านสามารถลองทำเส้นอุด้งด้วยตัวเองได้ นอกจากนั้นยังสามารถตระเวนไปชิมเส้นอุด้งที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่นตามร้านต่างๆ ได้อีกด้วย เทือกเขาซาโอ เป็นเทือกเขาสวยงามเลื่องชื่อ ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทอดผ่านจังหวัด มิยาหงิ แลจังหวัดยะมะงะตะ นอกจากนั้น ในท้องถิ่นนี้ยังมีน้ำพุร้อนเลื่องชื่อหลายแห่ง ท่านสามารถใช้บริการกระเช้าของลานสกีฤดูหนาว เพื่อขึ้นไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากมุมสูงได้ การขับรถชมใบไม้แดงโดยใช้เส้นทาง ซะโอ-เอโดไลน์ ที่เชื่อมระหว่าจังหวัด มิยาหงิ และจังหวัด ยะมะงะตะ ตลอดเส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 26 กม.เส้นนี้ ท่านจะได้เต็มอิ่มกับการชื่นชมความงามของใบไม้แดงอย่างเต็มตา ส้มและเหลือง ของใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ มีความงดงามมาก ถึงขนาดหากมองไกลๆ อาจเข้าใจผิดจะคิดไปว่าเป็นดอกไม้ได้ เป็นเพราะที่นี่มีต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสีถึง 150 กว่าชนิด หากมองลงมาจากยอดเขาคุนิมิดะเกะ ภาพที่เห็นจะยิ่งสร้างความประทับใจมิรู้ลืม แถบนี้มีชื่อเสียงมาก ในฐานะที่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนแห่งแรกในญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ จึงมีทั้งโรงแรมแบบญี่ปุ่น และโรงแรมแบบสากล เปิดให้บริการอยู่มากมาย สามารถเลือกที่ถูกใจได้ นอกจากนั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีก เช่น ฮุสเทนบอส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่จำลองบรรยากาศแบบยุโรปในยุคกลาง ที่จะแวะไปสัมผัสบรรยากาศ ใบไม้เปลี่ยนสี ได้ เนื่องจาก ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกหนัก จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง นับว่าเส้นทางเส้นนี้ คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่ถนัดการปีนเขาหรือไม่ชอบเดินเท้า ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมใบไม้แดงที่นี่ได้อย่างเต็มที่ เพื่อการท่องเที่ยวซึมซับบรรยากาศ และทัศนียภาพที่สวยงามตามใจต้องการมากที่สุด

ใบไม้เปลี่ยนสี จะเริ่มต้นเมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงจนไปถึง 10 องศาเซลเซียส และสีของใบไม้ก็จะสดใสขึ้นแต่ละครั้งที่อุณหภูมิลดลง สีของใบไม้จะยิ่งตื่นตาตื่นใจถ้าเป็นต้นไม้ที่ขึ้นตามภูเขา สีที่แดงที่สุดจะอวดโฉมในใบเมเปิ้ล ส่วนสีเหลืองทองเข้มจะปรากฎในใบแปะก๊วย นักท่องเที่ยวควรเตรียมเสื้อผ้าที่สามารถให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย รวมไปถึงความคล่องตัวในการเดินทาง เป็นสถานที่ที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนทุกที่ในญี่ปุ่น แม้ประเทศญี่ปุ่น จะมีน้ำตกที่สวยงามอยู่มากมายหลายแห่ง แต่น้ำตกอากิอุโอทากิ ที่มีสายน้ำกว้าง 6 เมตรและมีความสูงกว่า 55 เมตร น้ำตกแห่งเมืองเซนไดนี้ ได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากเป็นพิเศษ เมื่อถึงฤดู ใบไม้เปลี่ยนสี มวลหมู่ต้นไม้รอบๆ น้ำตกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดง เขียว และเหลือง ทำให้ทิวทัศน์บริเวณนั้นงดงามประหนึ่งภาพในฝัน ใบของต้นโอจิ(แปะก้วย) และ โมมิจิ (เมเปิ้ล) ซึ่งเป็นตัวแทนของใบไม้แดงสลับสีกันดูงามตายิ่ง แถบอากิอุ ยังขึ้นชื่อในเรื่องน้ำพุร้อน และละแวกใกล้เคียง ยังมีแหล่งรวมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของอะกิอุ ซึ่งสาธิตวิธีการผลิต และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อของเซนได เช่น ตุ๊กตาโคเคชิ,ตู้ไม้เซนได เป็นต้น ใบไม้บนภูเขาคุโรดาเกะนั้นใช้เวลากว่า 1 เดือน ในการเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ไล่จากยอดเขาเรื่อยลงมาถึงจุดขึ้นกระเช้าตรงเชิงเขา จุดชมใบไม้แดงที่งดงามที่สุด อยู่ตรงปากทางขึ้นเขาที่มีชื่อว่า กินเซ็นได บริเวณนั้นยังมีแหล่งน้ำพุร้อนอยู่กว่า 10 แห่ง บันไดอาซุมะ-สกายไลน์ เป็นชื่อถนนเส้นทางพิเศษ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการขับรถชม ใบไม้เปลี่ยนสี เป็นอย่างยิ่ง สูงจากระดับน้ำทะเล 1500 ม. และมีความยาวทั้งสิ้น 29 กม. เชื่อมระหว่างแหล่งน้ำพุร้อนทากายุ ใน เมืองฟุกุชิมะกับเส้นทางขึ้นภูเขาทสึจิยุ จาก จุดชมวิวอาซุมะฮักเก มองลงมาจะเห็นป่าใบไม้แดงที่แสนงดงาม ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยว จากทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เดินทางมาชื่นชมความงดงามของที่นี่ น้ำพุร้อนที่อยู่ในละแวกนั้น ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *